น้ำยารองพื้นและเคลือบผิว (ASTRO ADHESIVE 1)

ASTRO ADHESIVE 1

       เป็นน้ำยาแบบตัวเดียวใช้ระบบการพิมพ์สกรีนไม่ต้องผสมตัวเพิ่มแรงยึดเกาะ (Hardener) พิมพ์เป็นงานรูปลอกน้ำได้โดยใช้น้ำยาที่เป็นตัวรองพื้นเพื่อให้เกาะยึดบนชิ้นงานที่พ่นเคลือบแก้ว

คุณสมบัติ

      •   เนื้อน้ำยาใส
      •   เกาะติดแน่นบนผิวเคลือบน้ำยาชนิดอะครีลิค (Acylic)
      •   โพลียูรีเธน (Polyurethane) และ อีพ็อกซี (Epoxy)

ลักษณะน้ำยา

      •   ความหนาแน่น (Solid Content)  :    50±2%
      •   ความหนืด (Viscosity)            :    2000±200(mPa ํs)
      •   น้ำมันผสม (Diluting solvent)   :    Solvent NO.29 (แห้งกลาง)

ขั้นตอนการใช้งาน

      •   การผสมน้ำมัน  : ถ้าน้ำยาผลิตใหม่เวลาใช้ไม่ต้องผสมน้ำมัน แต่ถ้าเก็บไว้นานน้ำมันจะระเหยหายไปบ้างความหนืด สูงขึ้นให้ผสมน้ำมันไม่เกิน 5 %
      •   การพิมพ์        : ใช้แม่พิมพ์ผ้าเบอร์ 200-250 เมซ/นิ้ว (80-100 เมซเซนติเมตร)
      •   การแห้งตัว     : หลังจากพิมพ์ แอสโตร์ แอดฮิซิบ (ASTRO ADHESIVE1)แล้วให้วางไว้ในอุณหภูมิห้องเพื่อแห้งผิว หลังจากนั้นจึงพิมพ์ ลวดลายด้วยหมึกรุ่นแอสโตร์ (Astro Ink)
                             กรณีงานเร่งด่วนหรือมีจำนวนพิมพ์มาก ๆ ให้อบที่อุณหภูมิ 50°C ประมาณ 10 นาที
      •  การลอกรูปลอก : เมื่อลอกติดบนแก้ว (Glass) เซรามิค (Ceramic) และโลหะ (Metal) ให้อบที่อุณหภูมิ 130-180°C  ประมาณ 10 นาที     
                            : ลอกติดบนบนวัสดุ คาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon fiber) หรือไฟเบอร์กลาส (Glass fiber) สินค้าที่ทำจากวัสดุทั้ง 2 ชนิดนี้จะต้องเคลือบผิว ด้วยน้ำยาเคลือบประเภท
                             อะครีลิค (Acrylic) อีพ็อกซี (Epoxy) หรือโพลียูรีเธน (Polyurethane) จึงจะลวดลายพิมพ์ลงบนผิวชิ้นงาน ถ้าการเกาะติดของสีพิมพ์บน ชิ้นงานยังไม่พอควรแจ้ง
                             ผู้ผลิตวัสดุทั้ง 2 ชนิดให้ลดอุณหภูมิอบหลังจากงานเคลือบผิวด้วยน้ำยาดังกล่าวข้างต้น เมื่อลอกลวดลายพิมพ์ติดบนสินค้า หลังจากนั้นนำเข้าอบขั้นสุดท้ายตามอุณหภูมิที่
                             ผู้ผลิต น้ำยาเคลือบระบุ ถ้าทำตามการแนะนำนี้ลวดลายพิมพ์จะติดได้แน่นมาก

หมายเหตุ

รายละเอียดการใช้งานที่แจ้งไว้ข้างต้นนี้ได้จากการทดลองในห้องปฏิบัติการ ข้อมูลดังกล่าวนี้สามาถนำไปประกอบการทำงานได้ แต่การปฏิบัติงานจริงทุกครั้งควรจะต้องหาข้อมูลที่เหมาะสมและถูกต้องกับสภาพโรงพิมพ์ให้ได้คุณภาพสิ่งพิมพ์ที่ดีที่สุด